วันอังคารที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2554

สุนัขพันธุ์ปักกิ่ง

    สุนัขพันธุ์ปักกิ่งมีสามสมญานามที่บ่งบอกลักษณะอันดี ได้แก่ Lion Dogs (หมาสิงโต) เพราะมีลำตัวช่วงหน้าที่หนา ใหญ่ แล้วค่อย ๆ เล็กแคบลงไปในช่วงหลัง  สมญาที่สองคือ Sun Dogs (หมาแสงตะวัน) เพราะมีขนสีแดงประกายทอง สวยจับตาจับใจ สุดท้ายคือ Sleeve Dogs (หมาแขนเสื้อ) เพราะตัวเล็กขนาดที่ใส่ไว้ในแขนเสื้อคนจีนสมัยก่อนได้ แต่ปกติมักใช้เรียกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่ตัวเล็ก ๆ เท่านั้น

        ที่ประเทศอังกฤษเริ่มมีการนำสุนัขพันธุ์ปักกิ่งมาโชว์ต่อสาธารณชนก็ต่อเมื่อสามปีหลังจากมันมาถึงแดนผู้ดี ผู้คนต่างพากันสนใจทั้งในความสวยงามและประวัติอันน่าตื่นเต้น ส่วนในอเมริกามีการจดทะเบียนสุนัขพันธุ์ปักกิ่งไว้ใน American Kennel Club  เมื่อปี ค.ศ.1906 หลังจากนั้นก็มี Pakingese Club of America และลงทะเบียนเป็นสมาชิกใน American Kennel Club ในปี 1909 แสดงให้เห็นว่าคนอเมริกันให้ความนิยมชมชอบเจ้าสุนัขพันธุ์ปักกิ่งนี้อย่างมาก
        ถ้าอยากหาสุนัขประเภทสวย เริ่ด เชิด หยิ่ง แบบปักกิ่งมาเลี้ยงสักตัว ก็ตามไปอ่านในส่วนมาตรฐานสายพันธุ์นะจ๊ะ
ปีกาซัสเกิดจากเลือดของหัวมีดูสะที่ เทพซุส ไปตัดมา เป็นม้ามีปีกสามารถบินได้เหมือนนก เลี้ยงดูโดยเทวีของอพอลโล บนยอดเขาเฮลลิกอน ส่วน เบลเลอโรฟอน เป็นบุตรของ คลอกัส กษัตริย์ของเมืองกอรินธ์ เมื่อโตขึ้นได้ฆ่าพี่น้องของตัวเองตาย จึงต้องหนีไปอยู่กับ ปริทัส กษัตริย์แห่งอาร์กอส ขณะที่อยู่กับ ปริทัส นั้นนางอันติยา ราชินีของปริทัสชอบเบลเลอโรฟอนแต่เขาไม่สนใจ นางจึงไปฟ้องสามีว่าเบลเลอโรฟอนพยายามข่มเหงนางทำให้นางเสียหาย ปริทัสหลงเชื่อจึงหาทางกำจัดโดยให้เบลเลอโรฟอนถือสาสน์ไปหาไอโอเบทีส กษัตริย์แห่งไลเซียผู้ซึ่งเป็นบิดาของนางอันติยาให้ช่วยฆ่าเบลเลอโรฟอน จึงเป็นที่มาของจดหมายของเบลเลอโรฟอนหมายถึงจดหมายที่จะทำภัยมาให้คนที่ถือ
แต่ไอโอเบทีสไม่รู้ว่าจะประหารเบลเลอโรฟอนอย่างไรเพราะเป็นแขกและไม่ได้เป็นศัตรู แต่ในขณะนั้นได้มีสัตว์ประหลาดชื่อ ไคมีระ ซึ่งมีตัวเป็นแพะส่วนหัวเป็นสิงห์ หายใจเป็นไฟ และมีหางเป็นหางมังกร ไอโอเบทีสจึงขอให้เบลเลอโรฟอนไปช่วยปราบสัตว์นี้ให้ พอเบลเลอโรฟอนรับปากจะช่วย เขาก็ไปหาเทพพยากรณ์ชื่อ โพลิไอดัสเพื่อให้ช่วย ไพลิไอดัสแนะให้เขาไปเอาม้าปีกาซัสมาใช้โดยต้องไปขอจากมิเนอร์วา เมื่อได้ม้ามาแล้ว ม้าก็พาเขาบินไปหาไคมีระและเขาได้ยิงธนูใส่หัวใจของไคมีระตายทันที
พอปราบไคมีนะเสร็จ ไอโอเบทีสก็ให้เขาไปปราบคนป่าเถื่อนอีก 2 ครั้ง ซึ่งก็ประสพความสำเร็จ ไอโอเบทีสจึงยกลูกสาวให้แต่งงานด้วย หลายปีผ่านไปเบลเลอโรฟอนคิดจะขี่ม้าปีกาซัสขึ้นไปบนเขาโอลิมปัส แต่เทพพระเจ้าไม่พอใจจึงส่งเหลือบมากัดม้า ทำให้มันสลัดเบลเลอโรฟอนตก แล้วก็บินกลับไปอยู่ที่เดิม ส่วนเบลเลอโรฟอนก็กลายเป็นคนพเนจรไปจนตาย

ประวัติกระต่าย

กระต่าย จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลัง ชั้นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ในวงศ์ Leporidae มีลำตัวขนาดเล็ก ขนปุย หูยาว พบในหลายแห่งของโลก มีสัตว์ 7 สกุลจัดอยู่ในวงศ์ของกระต่าย ที่พบอาศัยตามป่าทั่วไปในประเทศไทยมีชนิดเดียว คือ กระต่ายป่า (Lepus peguensis) ซึ่งมีขนสีน้ำตาล ใต้หางสีขาว ขุดดินเป็นโพรงอาศัย ส่วนที่นำมาเลี้ยงตามบ้าน มีหลายชนิดและหลายสี แต่ที่พบมากจะเป็นสีอ่อนเช่นสีขาว เช่น ชนิด Oryctolagus cuniculusพันธุ์ของกระต่าย
กระต่ายมีอยู่หลากหลายสายพันธุ์ โดยสามารถใช้ขนาดเป็นเกณฑ์ในการจำแนก ได้แก่ กระต่ายแคระ กระต่ายขนาดเล็ก กระต่ายขนาดกลาง และกระต่ายขนาดใหญ่
  • กระต่ายแคระ เช่น เนเธอร์แลนด์ดวอฟ โปลิช ดวอฟโอโท เป็นต้น
  • กระต่ายขนาดเล็ก ได้แก่ ฮอลแลนด์ลอป อเมริกันฟัซซี่ลอป มินิเร็กซ์ ดัทช์ เป็นต้น
  • กระต่ายขนาดกลาง เช่น ซาติน แคลิฟอร์เนียน นิวซีแลนด์ไวท์ เป็นต้น
  • กระต่ายขนาดใหญ่ ได้แก่ เฟลมมิชไจแอนท์ เฟร้นช์ลอป อิงลิชลอป เชคเกิร์ตไจแอนท์ เป็นต้น
Commons

นกแก้ว

Agapornis roseicollis
นกแก้ว (ชื่อวิทยาศาสตร์: Psittacus torquata) แยกออกเป็นชนิดต่าง ๆ ได้มากกว่า 500 ชนิด มีพื้นเพที่อยู่อาศัยตั้งเดิมอยู่ในป่าทึบ ในเขตร้อนของประเทศ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย หมู่เกาะมลายู แอฟริกา ทางใต้ของทิศ เหนือของอเมริกา อินเดีย นอกจากนี้แล้วยังพบทางแถบตะวันตกของอินเดียโดยทั่วไป นกในตระกูลนกแก้วนั้น มักมีความแตกต่างไปจากนกตระกูลอื่นอยู่อย่างหนึ่ง คือ จงอย ปากตอนบนของนกแก้วสามารถเคลื่อนไหวได้โดยไม่รวมกับหน้าผาก (ขากรรไกร) และมี ลักษณะเด่นได้แก่ ปากคมแข็ง จงอยปากงุ้มเข้าโคนใหญ่ปลายแหลมน่ากลัว เท้ามีนิ้วข้าง หลังสองนิ้วและข้างหน้าสองนิ้วทุกนิ้วมีเล็บที่แหลมคม สามารถใช้เท้าจับกิ่งไม้ได้เหนียวแน่น ปีนป่ายคันไม้ได้เก่งเป็นพิเศษ และในบางโอกาสยังสามารถจับฉีกอาหารได้ด้วย ปาก ส่วนใหญ่เป็นสีแดง ขนเป็นสีเขียว สามารถ นำมาฝึกสอนให้พูดภาษาของมนุษย์ได้แทบทุกชนิด
สำหรับรังและที่อยู่อาศัยของนกแก้วโดยทั่วไปมักอยู่ตามในโพรงไม้ หรือโพรงหิน ไม่นิยมใช้วัสดุต่าง ๆ ทำรัง นกจากนกแก้ว เควเคอร์(Quaker Parrakeet) และ นกแก้ว อัฟเบริด์ (Lovebirds) นกแก้วทั้ง 2 ชนิดนี้ นิยมทำรังโดยใช้แขนงหรือกิ่งไม้เล็ก ๆ เศษ หญ้า เปลือกไม้โดยนำมาสานประกอบขึ้นเป็นรังเป็นนกปากงุ้มเป็นขอในวงศ์ Psittacidae ตัวสีเขียว ปากแดง อยู่รวมกันเป็นฝูง กินเมล็ดพืชและผลไม้ ในประเทศไทยมีหลายชนิด เช่น นกแก้วโม่ง (Psittacula eupatria) แก้วหัวแพร (P. roseata) นกมาคอว์ อาหารที่ชอบกินคือผลไม้ โดยนกแก้วมีหลายชนิดและมีสีสดใส ส่วนมากเราจะเห็นนกแก้วมีสีแดง สีน้ำเงิน สีฟ้า
นกที่คนไทยชอบเลี้ยงมาแต่โบรานมีนกแก้วรวมอยู่ด้วย เพราะนกแก้วสามารถเลียนเสียงมนุษย์ได้ กล่าวกันว่ามันมีความจำดี เรียนรู้ได้เร็ว ถ้าพูดอะไรให้ฟังบ่อยๆก็สามารถพูดได้ กล่าวกันว่าเมื่อพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชยกทับไปบุกอินเดียได้ทอดพระเนตรเห็นนกแก้วเข้า ก็ชอบพระทัยได้ทรงนำกลับยุโรปด้วย และในไม่ช้าก็เป็นที่นิยมมาก ด้วยเหตุนี้ในสมัยนั้นนกแก้วจึงมีราคาแพงมาก จึงได้มีการค้าขายนกแก้วทั้งในยุโรปและเอเชีย การที่คนเราชอบเลี้ยงนกแก้วนั้นเห็นจะเป็นเพราะเหตุ 4 ประการ
  1. นกแก้วมีสีสวย รูปร่างงดงาม
  2. สามารถพูดเลียนภาษามนุษย์ได้
  3. เลี้ยงง่าย
  4. อายุยืน อย่างในเรื่อง Popular Pet Birds ของ R.P.N. Sinha กล่าวว่า นกแก้วมีอายุยืนมาก อาจอยู่ได้ถึง70ปี